ความเชื่อเรื่องหินนำโชค

หินนำโชค คือ อีกหนึ่งศาสตร์ที่มนุษย์หลาย ๆ คนกำลังให้ความสนใจในปัจจุบัน ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของโชคลาภและเงินทองทั้งสิ้น จึงไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่คนเราในสมัยนี้มักจะมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของโชคลาภของขลัง เมื่อพกไปทุกที่ทุกหนแห่งแล้ว จะนำพาโชคลาภมาให้กับพวกเขานั่นเอง โดยความเชื่อเรื่องหินนำโชคนี้มีมาอย่างเนิ่นนานแล้ว ซึ่งก็มีจุดเริ่มต้นจากทางฝั่งยุโรปก่อนที่ถูกเผยแพร่และมีอิทธิพลไปทั่วโลกในขณะนี้             หินนำโชคมีอยู่มากมายหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดนั้นก็มักจะมีคุณสมบัติพิเศษและมีผลจากการบูชาและพกพาแตกต่างกันไปโดยหินนำโชคที่เราอยากชวนให้คุณได้มารู้จักกันก็มีดังนี้ อเมทิสต์ (Amethys) หินแห่งจิตวิญญาณที่สูงส่งโดยจะมีลักษณะเป็นหินสีม่วงอ่อนไปจนถึงสีม่วงเข้ม มีพลังในการถ่ายทอดสูงเพิ่มความไวของการรับรู้ทางประสาทสัมผัสได้เป็นอย่างดี และยังทำให้เกิดสมาธิจิตใจมีความสงบโดยชาวตะวันตกมีความเชื่อว่าสีม่วงเป็นสีที่ให้พลังงานทางจิตสูง พระที่มีตำแหน่งทางศาสนาสูงก็มักจะพบเห็นสีนี้ติดตัวเอาไว้อยู่เสมอ เทอร์ควอยซ์ (Turquoise) หินแห่งพลังอำนาจและความศักดิ์สิทธิ์ โดยหินชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นหินสีเขียวไข่กาหรือเป็นสีออกน้ำทะเลและยังมีอีกชื่อหนึ่งว่า “หินมูลนกการะเวก” ซึ่งชาวอินเดียแดงเผ่าต่าง ๆ ยกให้หินเทอร์ควอยซ์เป็นสัญลักษณ์แห่งท้องฟ้าและเป็นดั่งลมหายใจของชีวิตและวิญญาณ จึงได้ทำการสวมใส่หินนี้ไว้ เพื่อเป็นตัวแทนของพลังอำนาจและความศักดิ์สิทธิ์มีคุณสมบัติในการบำบัดรักษาโรค โกเมน (Garnet) หินแห่งชัยชนะ โดยจะมีหลายสีแต่ส่วนใหญ่จะเป็นสีแดงมีความแตกต่างกันไปตามส่วนผสมของแร่ธาตุ ในบางครั้งอาจมีสีเขียวหรือสีเทาซึ่งในสมัยก่อนผู้คนมักจะใช้โกเมนเป็นเครื่องรางแห่งชัยชนะ และอำนาจและจะต้องเป็นหินสีแดงแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งในภาษาละติน Garnet จะแปลว่าเมล็ดพันธุ์และเชื่อกันว่าเห็นนี้จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกายและสร้างชื่อเสียงเกียรติยศให้กับผู้ที่สวมใส่หรือพกติดตัวเอาไว้ได้เป็นอย่างดี หยก (Jade)             หินแห่งความศักดิ์สิทธิ์โดยเป็นที่นิยมของชาวจีนอย่างแพร่หลาย มีลักษณะเป็นหินสีเขียวมีฤทธิ์ในการช่วยปกป้องคุ้มครองและนำพาความเจริญสงบสุข รวมไปถึงความก้าวหน้ามาสู่ผู้ที่พกพาหรือสวมเอาไว้ซึ่งชาวจีนเชื่อว่าหากเด็กนั้นมีการสวมหยกตั้งแต่เด็ก ก็จะทำให้เด็กคนที่มีจิตใจแข็งแรงและมีสมาธิอยู่กับตัวเสมออีกทั้งยังเป็นผู้ที่มีอายุยืนและสุขภาพแข็งแรงอีกด้วย พลอยตาเสือ (Tiger’s Eye)             ลักษณะของพลอยตาเสือจะเป็นสีเหลืองเคลือบน้ำตาลไหม้ ซึ่งในบางครั้งรายของมันก็จะมีความคล้ายคลึงกับลายไม้หรือมีลักษณะแววับราวกับลายของเสือมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับตาแมว สามารถมองเห็นได้ในที่มืดโดยมีความเชื่อว่าพลอยตาเสือจะช่วยในการอ่านและการคาดเดาสถานการณ์ล่วงหน้าได้เป็นอย่างดี ยิ่งใครที่ตัดสินใจอะไรยาก ๆ…

คาถาบูชาพระพรหม และวิธีไหว้ ขอพรให้สมหวังดังปรารถนา

เชื่อว่าคงจะมีผู้คนไม่น้อยที่ได้มีโอกาสในการเดินทางไปกราบไหว้พระพรหมบริเวณสี่แยกราชประสงค์ โดยในจุดนี้เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ยอดฮิตของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ได้แวะเวียนมาเยี่ยมชมกันอย่างเนืองแน่น เพื่อทำการขอพรองค์พระพรหมในเรื่องต่าง ๆ โดยส่วนใหญ่ก็จะมีการบนบานสานกล่าวเอาไว้ และหากสำเร็จก็จะมาทำการแก้บนหน้าที่แห่งนี้ อย่างที่เราได้เห็นกันตามโซเชียลและตามข่าวต่าง ๆ นั่นเอง แล้วจะมีวิธีการไหว้ขอพรพระพรหมอย่างไร ควรขอพรในเรื่องใดบ้างวันนี้เรามีคำตอบมาให้คุณได้รู้กัน พระพรหม คือใคร             พระพรหม คือ เทพเจ้าแห่งการสร้างสรรค์ สร้างโลก และให้กำเนิดสรรพสิ่งต่าง ๆ ในจักรวาล เป็นผู้มีเมตตา โดยความเชื่อมาตั้งแต่สมัยโบราณนั้น หากผู้ใดที่ได้ทำการสักการะบูชาพระพรหมแล้วเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จทั้งด้านหน้าที่การงานและอย่างเป็นที่รักใคร่ของผู้คนทั้งหลายอีกด้วย คาถาบูชา พระพรหม ฉบับย่อ “โอม อหัม ปรัหมา อัสมิ” ฉบับเต็ม “โอมปะระเมสะนะมัสการัม องการะนิสสะวะ รัง พรหมเรสสะยัม ภูปัสสะวะวิษณุ ไวยะทานะโมโทติลูกปัม ทะระมา ยิกยานัง ยะไวยะลา คะมุลัม สะทา นันตะระ วิมุสะตินัน นะมัตเต นะมัตเตร จะ อะการัง ตโถวาจะ เอตามาตาระยัต ตะมัน ตะรามา กัตถะนารัมลา…

ทำไมพลังตัวเลขเปลี่ยนดวงได้

ศาสตร์พลังตัวเลข ถือเป็นอีกหนึ่งแขนงวิชาโหราศาสตร์ไทยซึ่งจะมีเพียงแค่คนไทยเท่านั้นที่มีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องนี้ และหากเป็นชาวต่างชาติอาจจะมีความแม่นยำที่แตกต่างกันออกไป อย่างที่ในปัจจุบันผู้คนมากมายต่างยึดถือการนำตัวเลขมาเป็นแนวทางในการใช้ชีวิต เช่น การเลือกเบอร์โทรศัพท์มือถือ การเลือกรถที่มีป้ายทะเบียนเลขสวย ๆ หรือการเลือกเลขที่บ้านก็เช่นเดียวกัน             โดยศาสตร์หมายถึงความรู้และตัวเลขก็คือตัวเลขที่เราใช้นับในการเรียนหรือการทำงานต่าง ๆ นั่นเอง หากนำเอาพลังความรู้เกี่ยวกับตัวเลขมาใช้ก็จะมีพื้นฐานตามหลักคณิตศาสตร์ แต่สำหรับใครที่มีพื้นฐานในด้านโหราศาสตร์จะรู้ว่า 1 นั้นไม่ใช่เลขธรรมดา แต่จะหมายถึงพลังของพระอาทิตย์ หรือแทนด้วยพลังงานความร้อนของไฟฟ้า หากเปรียบกับคนก็จะหมายถึงคนที่มีความมั่นใจและมีความเป็นผู้นำนั่นเอง             นอกจากนี้ศาสตร์พลังตัวเลขยังมีความน่าทึ่งและความน่าสนใจอีกหลากหลาย โดยเฉพาะพลังตัวเลขที่เปลี่ยนดวงได้ ที่มีทั้งพลังงานดีและพลังงานที่ไม่ดี โดยเราจะเลือกในการปรับเปลี่ยนเอาพลังงานที่ไม่ดีมาปรับเปลี่ยนใหม่ให้เป็นพลังงานเลขที่ดีเช่นเลข 1 เป็นเลขของผู้นำอารมณ์ร้อนหากอยากให้เลข 1 นั้นกลายเป็นพลังงานที่ดีต้องประกบคู่กับเลข 5 ไม่ว่าจะเป็นเลข 15 หรือ 51 ก็จะทำให้พลังงานนั้นดีขึ้น อีกทั้งเลข 2 ตัวนี้ยังเป็นผลลัพธ์ของผู้ที่มีสติปัญญาเป็นเลิศ มีความสนใจในการศึกษา ใฝ่รู้ใฝ่เรียน หากเลือกเป็นเบอร์มือถือของเด็กหรือผู้ที่กำลังทำการศึกษาอยู่ก็จะยิ่งส่งผลดีขึ้นไปอีก             อย่างที่เราได้เห็นว่าเศรษฐีพันล้านหรือผู้คนมากมายที่ทำงานแลกเงินนั้น ทำไมจึงมีแต่คนชื่นชมหรือคนทำดีแทบตายทำไมจึงไม่มีใครชื่นชม นั่นก็เป็นความแตกต่างที่มีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าศาสตร์ตัวเลขเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยจะมีทั้งกลุ่มตัวเลขที่มีพลังงานดีและกลุ่มตัวเลขเสียที่เป็นพลังงานไม่ดีอยู่ในเวลาเดียวกัน ดังนั้นการปรับเปลี่ยนพลังงานของตัวเลขเหล่านี้จึงมีผลในการเปลี่ยนแปลงพื้นดวงของคุณได้นั่นเอง             ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมพลังตัวเลขจึงเปลี่ยนดวงได้ ดังนั้นหากคุณอยากเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของศาสตร์ตัวเลขมากยิ่งขึ้น ก็สามารถดูความหมายของตัวเลขตั้งแต่ 1 ถึง 0 ว่ามีความหมายอย่างไร…

“ยันต์ ฮู้” ยันต์จีนที่คนจีนต้องมีติดบ้าน

เป็นที่ทราบกันดีว่าชาวจีนให้ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของความมงคลและการป้องกันภยันตรายต่าง ๆ ที่จะเข้าบ้านเป็นอย่างมาก ซึ่งหนึ่งใน Item ที่ชาวจีนมักจะมีติดบ้านเอาไว้ก็คือ ยันต์ ฮู้ ที่หลาย ๆ คนมักจะเห็นกันในรูปแบบของแผ่นกระดาษทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาว ๆ สีแดงและมีอักษรจีนเขียนเอาไว้จนทั่วแผ่นด้วยพู่กันหมึกสีดำซึ่งวันนี้เราก็มีความน่าสนใจและความรู้ดี ๆ ของยันต์ชนิดนี้มาให้คุณได้รู้จักกันมากยิ่งขึ้น ยันต์ ฮู้ คืออะไรมีความหมายว่าอย่างไร             ฮู้ คือ ผ้ายันต์ที่มีทั้งตัวหนังสือข้อความรวมไปถึงรูปภาพที่มีการวาดหรือเขียนด้วยพู่กันจีน ซึ่งความหมายที่อยู่บนยันผืนนั้นจะเป็นถ้อยคำที่มีความมงคลและยังป้องกันสิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้ามากล้ำกรายในบริเวณบ้านได้ โดยผู้ที่เขียนจะมีตั้งแต่ซินแสบัณฑิตรวมไปถึงพระจัน เมื่อทำการเขียนเสร็จแล้วก็จะนำไปอธิษฐานต่อหน้าพระเทพที่จะอัญเชิญบารมีลงมาสู่ฮู้นั้น ๆ โดยในปัจจุบันนิยมเขียนหรือพิมพ์ลงบนกระดาษหรือผ้าและยังได้รับความนิยมในการนำไปติดบริเวณประตูบ้าน โดยอายุของฮู้แต่ละผืนจะมีระยะเวลา 1 ปีจากนั้นก็จะนำไปเผาทิ้งแล้วทำบุญเพื่อทำการขอฮู้อันใหม่มาติดแทน ยันต์ ฮู้ แต่ละสีมีความแตกต่างกันอย่างไร ปัจจุบันเราจะเห็นฮู้ถึง 5 สีได้แก่ ยันต์ ฮู้ สีแดง : ปกป้องคุ้มครองสถานที่อยู่อาศัยและยังป้องกันอันตราย รวมไปถึงสิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้ามาสู่ตัวบ้านและผู้ที่อาศัยอยู่ภายในบ้านอีกด้วย ยันต์ ฮู้ สีเหลือง : นิยมใช้ในการปกป้องและกำราบ ภูต ผีต่าง ๆ มักเขียนด้วยหมึกสีแดง ยันต์ ฮู้ สีเขียว :…

‘ดูฮวงจุ้ยบ้าน’ เปรียบเทียบความเชื่อกับหลักวิทยาศาสตร์

การดูฮวงจุ้ยบ้านเรียกได้ว่าเป็นสัตว์ที่ได้รับความเชื่อถือเป็นอย่างมากมาจนถึงปัจจุบัน เพราะก่อนจะสร้างบ้านผู้คนส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นชาวจีนหรือชาวไทยต่างก็มักจะอัญเชิญให้ซินแสผู้ที่มีความรอบรู้ในด้านศาสตร์ของฮวงจุ้ยเข้ามาตรวจสอบและดูทิศทางของบ้านว่าควรสร้างไปในทิศทางไหน รวมไปถึงองค์ประกอบของบ้านที่ดีควรมีอะไรบ้างนั้นทำให้ศาสตร์นี้เป็นพลังงานที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานจนคนรุ่นใหม่อาจจะไม่ค่อยมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องนี้สักเท่าไหร่ เราจึงได้นำเอาศาสตร์ฮวงจุ้ยเพื่อเปรียบเทียบกับหลักวิทยาศาสตร์ให้คุณได้ดูกันว่าความเชื่อของศาสตร์นี้จะมีประโยชน์ที่สามารถตอบโจทย์กับคนในปัจจุบันได้ดีแค่ไหน 3 ข้อ เปรียบเทียบ ดูฮวงจุ้ยบ้าน กับ วิทยาศาสตร์             ก่อนอื่นต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่าฮวงจุ้ยไม่ใช่ศาสตร์ที่เป็นเรื่องงมงายแต่มีความสมเหตุสมผลที่เกิดขึ้นอยู่ภายใน โดยมักจะใช้สำหรับกำหนดสิ่งแวดล้อมภายในบ้านเพื่อให้เกิดการไหลเวียนของพลังงานในทิศทางที่ถูกต้องและเรียกให้พลังงานที่ดีไหลผ่านเข้าสู่ตัวบ้าน เพื่อทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยได้รับความร่มรื่น อยู่เย็นเป็นสุข และมีศิริมงคลในชีวิตเสริมดวงในหลากหลายด้านนั่นเอง ซึ่งการดูฮวงจุ้ยบ้านที่เราอยากนำมาให้คุณได้ลองพิจารณาดูมีดังนี้ ห้ามให้บ้านอยู่ใกล้กับหม้อแปลงไฟฟ้า ฮวงจุ้ย : ตามศาสตร์ฮวงจุ้ยเชื่อว่าการมีหม้อแปลงไฟฟ้าอยู่ติดกับตัวบ้านนั้น เป็นข้อห้ามที่ไม่ควรทำเป็นอันขาดเพราะเมื่อเราสร้างบ้านให้อยู่ใกล้กับหม้อแปลงไฟฟ้าแล้ว อาจเป็นเหตุที่ทำให้สุขภาพของคนในบ้านไม่แข็งแรงและสามารถเกิดการเจ็บไข้ได้ป่วยอยู่บ่อยครั้งซึ่งในบางทีก็อาจเกิดโรคร้ายขึ้นกับคนในบ้านได้เลยทีเดียว วิทยาศาสตร์ : แต่ในทางวิทยาศาสตร์ได้กล่าวไว้ว่าหม้อแปลงเป็นอุปกรณ์หรือเครื่องมือที่มีความเสี่ยงต่อการระเบิดได้ตลอดเวลา ซึ่งหากสร้างบ้านไว้ไกลกับบริเวณหม้อแปลงไฟฟ้า อาจทำให้เกิดเสียงรบกวนต่อผู้ที่อยู่อาศัยภายในบ้านและยังหากระเบิดและเกิดอัคคีภัยได้อีกด้วย ตำแหน่งของประตูห้องน้ำห้ามอยู่ตรงกับประตูห้องนอน ฮวงจุ้ย : ตามหลักของฮวงจุ้ยประตูห้องน้ำนั้น ไม่ควรตั้งอยู่ตรงกับประตูห้องนอนซึ่งถือว่าเป็นข้อห้ามที่ร้ายแรงมาก ๆ เพราะหากทำเช่นนี้ อาจทำให้เงินทองของบ้านถูกดูดออกไปเรื่อย ๆ ส่งผลให้คนในบ้านประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการเงินได้ วิทยาศาสตร์ : ตามหลักวิทยาศาสตร์การทำประตูห้องน้ำไว้ติดกับห้องนอนนั้น ไม่ได้ส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยแต่อย่างใด แต่จะมีปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเรื่องของกลิ่นอับ ไปจนถึงกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ มากกว่า ซึ่งอาจไม่เหมาะกับการทำประตูห้องน้ำอยู่ตรงข้ามกับประตูห้องนอนนั่นเอง หัวเตียงห้ามหันไปทางทิศตะวันตก ฮวงจุ้ย : ตามหลักฮวงจุ้ยบ้านทิศตะวันตกนั้น ถือเป็นทิศที่ให้สำหรับผีนอนดังนั้นการจัดที่นอนไม่ควรที่จะหันหัวเตียงไปทางทิศตะวันตกโดยเด็ดขาด อีกทั้งแนวคิดนี้ก็ยังไม่ได้มีเพียงแค่ความเชื่อตามหลักของฮวงจุ้ยแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่คนทั่ว ๆ…

พญาบึ้ง ใครเสี่ยงโชคต้องรู้ไว้

เชื่อว่าใครที่เป็นสายของการเสี่ยงโชคหรือการเล่นหวยนั้น แน่นอนว่าจะต้องรู้จักกับสิ่งที่เรียกว่าพญาบึ้งอย่างแน่นอน โดยสัตว์ชนิดนี้ก็สามารถพบได้ตามแหล่งธรรมชาติทั่วไป ซึ่งในปัจจุบันก็อาจจะหากันได้ค่อนข้างยากอีกทั้งยังเป็นสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์แต่คนไทยก็เชื่อว่ามันสามารถที่จะให้โชคได้นั่นเอง แล้วพญาบึ้งคืออะไรทำไมจึงมีความเกี่ยวข้องกับการเสี่ยงดวงและการให้โชคกับมนุษย์นั้น วันนี้เรามีคำตอบมาให้คุณได้กระจ่างกัน พญาบึ้ง คืออะไร พญาบึ้ง หรือ อีบึ้ง คือ แมงมุมชนิดหนึ่ง ที่มีขนาดใหญ่และไม่ชักใยตามบ้าน อาศัยอยู่ในรูดิน ในบางสายพันธุ์ก็จะอาศัยอยู่ในต้นไผ่ ซึ่งเป็นสกุลใหม่ของโลกในเมืองไทยที่เพิ่งพบเจอ แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะอาศัยด้วยการขุดรูดินเสียทั้งนั้น ซึ่งธรรมชาติของบึ้งนั้นเวลาที่อยู่ในรูดินจะมีการฉาบใหญ่ผนังรูเอาไว้ เพื่อป้องกันการรุกรานจากสัตว์ร้ายหรือจากไรต่าง ๆ อีกทั้งการทำเช่นนี้ก็ยังทำให้พวกมันสามารถรับรู้เกี่ยวกับโลกภายนอกจากแรงสั่นสะเทือนของเส้นใยได้อีกด้วย พญาบึ้งจะมีดวงตาที่เล็กมาก ๆ มักจะใช้ประสาทสัมผัสผ่านขนของตัวมันเองในการรับรู้แรงสั่นสะเทือนที่ส่งมาจากใย ซึ่งพวกมันมักจะออกจากรูในเวลากลางคืนเพื่อไปหากิน และในเวลากลางวันก็จะเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนโดยพอเส้นใยปิดปากดูเอาไว้ นิสัยส่วนตัวของบึ้งจะเป็นสัตว์ที่รักความสะอาดมาก ๆ และมักจะทำความสะอาดใย รวมไปถึงรูดินของตนเองอยู่ตลอดเวลา ซึ่งชาวบ้านในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นจะรู้จักสัตว์ชนิดนี้เป็นอย่างดี เพราะมักจะขุดหาตัวผึ้งมากินเป็นอาหารนั่นเอง ซึ่งสาเหตุที่หลาย ๆ คนเรียกสัตว์ชนิดนี้ว่าพญาบึ้งนั้น ก็มาจากความเชื่อมโยงเกี่ยวกับเรื่องความเชื่อในการเสี่ยงทายดวงและโชคลาภ อย่างในช่วงปี 2566 ที่ผ่านมาบึ้งได้ให้โชคกับชาวบ้านและหลาย ๆ คนในหลายงวดโดยใช้วิธีดันกระดาษที่มีตัวเลขออกมาจากรูของมัน ซึ่งหากเปรียบเทียบกับหลักธรรมชาติหรือชีวภาพแล้วด้วยความรักสะอาด หากมีสิ่งใดที่ไม่ใช่ของของมันหล่นลงไปภายในรูนั้น มันก็มักจะดันสิ่งเหล่านั้นออกไปเพื่อทำให้ร่างของมันมีความสะอาดและน่าอยู่นั่นเอง และเช่นเดียวกันที่ในปัจจุบันเขายังมีผู้คนมากมายที่ได้นำเอาพญาบึ้งมาเป็นสัตว์นำโชคหรือเสี่ยงโชคอีกด้วย รวมไปถึงยังเชื่อว่ารู้บึ้งที่ศักดิ์สิทธิ์และจะให้โชคลาภได้ดีนั้นต้องหันปากดูไปทางทิศตะวันออกซึ่งนั่นก็เป็นเพียงกุศโลบายของชาวบ้านที่ทำให้การบูชาหรือการเสี่ยงทายถูกจำกัดไม่ให้มีการรุกรานบึ้งมากจนเกินไปนั่นเอง https://www.youtube.com/watch?v=39t8fJEcNWU

ทําไมพระพรหมมี 4 หน้า

พระพรหมมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ 1 ใน 3 ตรีมูรติของศาสนาพราหมณ์ฮินดู โดยเป็นที่เคารพศรัทธามาอย่างยาวนาน และยังเชื่อว่าพระพรหมเป็นพระเจ้าผู้สร้างโลกและสรรพสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ รวมไปถึงยังสามารถกำหนดชะตาชีวิตของมนุษย์ทุกผู้ทุกคนและรับรู้ถึงความเคลื่อนไหวของสรรพชีวิต​ได้เป็นอย่างดี ซึ่งหากใครที่ได้ไปอธิษฐานขอพรกับท่านแล้วเขาผู้นั้นก็จะถูกรับฟังคำอธิษฐานเสมอ จึงทำให้มีผู้คนมากมายต่างพากันไปบูชาพระพรหมและทำความดีเพื่อที่จะได้รับพรนี้อย่างสมหวังทุกประการ             โดยลักษณะของพระพรหมจะมี 4 พระพักตร์  4 แขนและ 4 มือ เหลืองทองอร่าม มือด้านขวาบนถือลูกประคำ มือด้านซ้ายบนคือหนังสือ มือด้านซ้ายล่างถือหม้อน้ำ และมือด้านขวาล่างใช้มอบสิ่งของให้กับผู้ที่เชื่อมต่อกับท่าน โดยพระพักตร์ทั้ง 4 มีดังนี้ พระพักตร์เมตตา ประทานพรเกี่ยวกับเรื่องงานการศึกษาและการรับผิดชอบในชีวิต พระพักตร์กรุณา ประทานพรเรื่องอสังหาริมทรัพย์ บ้าน รถ ที่ดิน พระพักตร์มุทิตา ประทานพรเรื่องสุขภาพคู่ครองและครอบครัว พระพักตร์อุเบกขา ประทานพรเรื่องโชคลาภเงินทองและการขอบุตร             โดยพระพักตร์ทั้ง 4 ของพระพรหมแสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์ของคัมภีร์พระเวท โดยคัมภีร์พระเวทนี้เป็นคัมภีร์โบราณที่มีความเก่าแก่และถูกบันทึกไว้เป็นภาษาสันสกฤต และเชื่อว่าคัมภีร์นี้ถูกถ่ายทอดมาจากพระพรหมโดยจะมีการถ่ายทอดมาจาก 2 ทางคือ ศรุติ ความรู้จากการได้ยินหรือเสียงทิพย์เสียงสวรรค์ และ สมฤติ คัมภีร์ที่เขียนบันทึกมาจากภายหลังเพื่อขยายความพระเวทบทต่าง ๆ             นอกจากนี้พระพักตร์ทั้ง 4 ด้านของพระพรหมยังเป็นสัญลักษณ์…

ตำนานเจ้าพ่อเขาใหญ่

            หากใครได้ไปเยือนเกาะสีชัง แน่นอนว่าจะต้องเข้าไปทำการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่เป็นอันดับแรกซึ่งศาลแห่งนี้เป็นที่เคารพของชาวชลบุรีมาอย่างช้านานโดยความเชื่อของชาวบ้านจากรุ่นสู่รุ่นทำให้ความขลังและมีความน่าพิศมัยชวนให้ได้หลงใหลเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในหมู่ของพ่อค้าแม่ขายและคนเดินเรือต่าง ๆ เมื่อได้ยินชื่อของเจ้าพ่อเขาใหญ่ต่างก็จะยกมือกราบไหว้กันแบบทันทีทันใด เพราะรู้ถึงพุทธคุณจากการบูชาและสักการะตามตำนานที่ได้เล่าสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน             โดยในสมัยอดีตบริเวณเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี เป็นจุดในการเดินทางค้าขายที่มีความคึกคักเรือนับร้อยลำจอดอยู่ทั่วรอบเกาะเพื่อขนส่งสินค้าทางเข้าและออก ซึ่งก็นับว่าเป็นแหล่งคนถ่ายสินค้าทางทะเลแห่งเดียวของประเทศไทยที่ไม่ต้องใช้ท่าเทียบเรือเนื่องจากมีภูมิประเทศที่เหมาะสมและอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลเพียงแค่ 12 กิโลเมตร นอกจากนี้บริเวณเกาะสีชังและเกาะบริเวณก็ยังเป็นชัยภูมิ ที่เรือสามารถจอดรถคลื่นลมได้เป็นอย่างดีจึงไม่จำเป็นต้องมีท่าเรือแต่อย่างใด             เล่ากันว่าในสมัยก่อนพ่อค้าเรือสำเภาชาวต่างชาติและพ่อค้าชาวจีนบริเวณภูเขาหัวเกาะสีชังหรือเขาคยาศิระที่เรียกกันในปัจจุบันจะปรากฏแสงสว่างในเวลาค่ำคืนอย่างสุกใสและมีความน่าอัศจรรย์ ซึ่งเป็นที่น่าสงสัยแก่ผู้ที่ได้พบเห็น จึงได้พากันเข้าไปสำรวจในบริเวณนั้นและได้พบกับหินที่มีรูปร่างคล้ายกับเจ้าพ่อเขาใหญ่ภายในทับ ลักษณะนั่งประทับอยู่ จึงเกิดความศรัทธาและต่างพากันสักการะบนบานขอให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองทางด้านการค้าให้มีความมั่งคั่งรุ่งเรือง ซึ่งเมื่อสิ่งที่ขอไปประสบผลสำเร็จจึงได้มีการก่อสร้างเป็นศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ขึ้น โดยเชื่อว่าศาลแห่งนี้สร้างตั้งแต่ปีพ.ศ 2435 หรือเป็นระยะเวลา 132 ปี             หลังจากข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องของการพบเห็นนี้ได้แพร่สะพัดออกไปก็ทำให้ผู้คนเกิดความเลื่อมใสกันเป็นวงกว้างทำให้ผู้ที่มีความเชื่อและความเลื่อมใสต่างพากันเข้ามาสักการะ ณ สถานที่แห่งนี้เป็นจำนวนมาก  อีกทั้งยังไม่ได้มีเพียงแค่ชาวไทยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะยังมีชาวต่างประเทศหลากหลายเชื้อชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย หรือจะเป็นไต้หวัน ก็มีอีกเช่นเดียวกัน ทำให้มีศิษยานุศิษย์มากมาย โดยจะมีการเปิดให้นักท่องเที่ยวได้สักการะในเทศกาลสำคัญ เช่น ประเพณีไหว้ตรุษจีนของทุกปี ประเพณีนมัสการเจ้าพ่อเขาใหญ่ มาจนถึงปัจจุบันนั่นเอง            

ตำนาน วารีกุญชร

วารีกุญชร สัตว์ในตำนานจากป่าหิมพานต์ที่ผู้คนมากมายต่างยกให้เป็นสัตว์วิเศษมีขนาดเล็กประมาณฝ่ามือมือ อยู่อาศัยกันเป็นโขลง โดยมีความเชื่อว่าหากผู้ใดที่ได้บูชาหรือได้ครอบครองวารีกุญชร เขาผู้นั้นจะได้รับความปลอดภัยจากสัตว์ป่าดุร้ายรวมไปถึงยังส่งเสริมอำนาจวาสนาบารมีทางด้านการงานและการเงิน โดยคนไทยส่วนใหญ่ที่ได้รู้จักกับวารีกุญชรก็มักจะมีเรื่องราวที่นำมาเล่าต่อ ๆ กันจนเกิดเป็นวัตถุมงคลที่คนไทยส่วนใหญ่อยากครอบครองเอาไว้เพื่อเสริมอำนาจบารมีและวันนี้เรามีตำนานของวารีกุญชรมาเล่าให้ทุกคนได้ฟังกัน ตำนานเล่าขาน วารีกุญชร             วารีกุญชร หรือ ช้างน้ำ สัตว์ในป่าหิมพานต์ที่มีรูปร่างเป็นช้างหางเป็นปลาซึ่งจะแตกต่างกับกุญชรวารีที่จะมีเท้าหน้าเพียง 2 เท้าส่วนลำตัวและหางจะเป็นปลาทั้งหมดอาศัยอยู่ในทะเลสีทันดรสามารถว่ายน้ำและดำน้ำได้ดี โดยจากรูปปั้นหรือจิตรกรรมฝาผนังต่าง ๆ แสดงให้เห็นถึงลักษณะของวารีกุญชรที่จะเป็นช้างผิวสีชมพูอมม่วง มีเครื่องชงระดับอยู่บริเวณขาจะมีครีบและมีส่วนต่าง ๆ เช่นเดียวกับช้างบกปกติ             ซึ่งมีเรื่องเล่าในไทยเมื่อหลาย 10 ปีก่อน จากพระธุดงค์องค์หนึ่งที่ได้ไปธุดงค์ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร อำเภอสังขละบุรีจังหวัดกาญจนบุรีโดยในช่วง 1 คืนก่อนวันเข้าพรรษาท่านใดพบกับสัตว์ขนาดเล็กที่กำลังเล่นน้ำอยู่และเมื่อเข้าไปดูใกล้ ๆ พบว่าเป็นช้างที่มีขนาดเล็กโดยขนาดของพวกมันก็ไม่เกินกล่องไม้ขีดไฟ ซึ่งก็ประจวบเหมาะกับที่ชาวกะเหรี่ยงเชื่อกันว่าเป็นช้างน้ำซึ่งเป็นสัตว์พิเศษที่แม้แต่สัตว์ใหญ่ยังเกรงกลัว             และอีกหนึ่งเหตุการณ์ในช่วงกลางปี 2539 บริเวณป่าชายแดนไทยพม่า ก็ได้มีผู้พบซากของช้างน้ำที่มีขนาดเล็กจิ๋วจนสามารถวางบนฝ่ามือได้จึงได้มีการนำไปเอกซเรย์และพบว่าภายในก็มีโครงกระดูกต่าง ๆ เหมือนกับช้างจริง ๆ นั่นจึงทำให้เป็นที่มาของวัตถุมงคลที่เป็นเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ที่ทั้งชาวกะเหรี่ยงและชาวไทยต่างให้การบูชาและเคารพนับถือมาจนถึงปัจจุบัน วารีกุญชร ความเชื่อ ความเชื่อเกี่ยวกับวารีกุญชรเชื่อว่าหากผู้ใดที่ได้บูชาและได้ครอบครองวารีกุญชรนี้ หากผู้นั้นมีเหตุให้เดินทางเข้าป่าหรือต้องพบเจอกับสัตว์ดุร้ายใด ๆ ก็จะแคล้วคลาดปลอดภัย เนื่องจากวารีกุญชรเป็นสัตว์วิเศษที่แม้แต่สัตว์ขนาดใหญ่หรือสัตว์ดุร้ายมากเพียงใด ก็ยังต้องยำเกรง อีกทั้งยังเสริมวาสนาให้กับผู้เป็นเจ้าของ ทางด้านการเงินและการงานให้เกิดความสุขในชีวิตอีกด้วย          https://www.youtube.com/watch?v=1Bvt3ztAPd4

ดอกรัก ความเชื่อ วัตถุมงคล

ดอกรัก ไม้มงคลที่มีความหมายดี และเป็นสัญลักษณ์ของความรัก แต่คนโบราณได้พูดถึงดอกรักนี้ว่าห้ามปลูกเอาไว้ในบริเวณบ้านเพราะหากปลูกต้นไม้ชนิดนี้เอาไว้อาจจะทำให้เกิดสิ่งที่ไม่ดีขึ้นในบ้านได้ ไม่ว่าจะเป็น การมีรักซ้อน หรืออาจทำให้ความรักเกิดความยุ่งยากได้ และในทางวิทยาศาสตร์ก็ได้อธิบายว่ายางของดอกรักเป็นพิษ และไม่ควรที่จะนำมาปลูกในบริเวณบ้านนั่นเอง ซึ่งในด้านวัตถุมงคล “ดอกรัก” ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ผู้คนมากมายต่างบูชาในด้านการเรียกรักเป็นอย่างมาก จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้างก็มาดูกันเลย ดอกรัก ดอกไม้มงคล สู่วัตถุมงคล ด้านความรัก             ดอกรัก ลักษณะทางกายภาพ จะมีสีขาวหรือเป็นสีม่วง โดยจะออกดอกเป็นช่อตามซอกใบหรือปลายกิ่ง มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบและมีรยางค์คล้ายมงกุฎ 5 สัน นับว่าเป็นอีกหนึ่งไม้มงคลที่ผู้คนมากมายชื่นชอบ เพราะมีกลิ่นหอมและยังนิยมมาใช้ในการร้อยพวงมาลัย รวมไปถึงการทำพิธีทางศาสนาต่าง ๆ เนื่องจากหอมนานและเหี่ยวเฉาได้ยากนั่นเอง             โดยดอกรักมีความเชื่อว่าเป็นดอกไม้ที่ให้คุณทางด้านเสน่ห์ในทางไสยศาสตร์ เป็นสัญลักษณ์เกี่ยวกับด้านความรัก ซึ่งในวิชาโบราณจะมีวิชาดอกรัก ซึ่งจะมีการดูวันขุดของต้นรักที่เกิดขึ้นตามธรรมชาตินำมาปลูก แล้วนำดินอาถรรพ์มารองกระถางเพื่อปลูกให้เป็นดอกขึ้นมา โดยจะมีช่วงเวลาในการเก็บดอกเพื่อนำมาห่อผ้ายันต์แล้วนำมาพกติดตัวเอาไว้ และมีความเชื่อว่าหากพกติดตัวจะทำให้มีเสน่ห์เมตตามหานิยม และในปัจจุบันได้นำเอาดอกรักนี้มากทำเป็นวัตถุมงคล โดยนำเอาเนื้อโลหะฟ้าผ่า เช่น ทองแดงฟ้าผ่าหินขวานฟ้าหรือโลหะใด ๆ ก็ตามที่มาจากฟ้าผ่าทั้งหมด มาเป็นมวลสาร เพื่อเปรียบเสมือนความรักและเมตตามหานิยมต้องหน้าต้องตา พบรักแบบฟ้าผ่าโดนจิตโดนใจนั่นเอง บูชาดอกรักยังไงให้ได้ผลดี             การบูชาดอกรักให้ได้ผลดีนั้น นิยมนำมาพกติดตัวเอาไว้ ซึ่งสามารถที่จะดูแลรักษาง่าย จะพกสูงหรือพกต่ำก็ได้…