ฮวงจุ้ยกับโต๊ะกินข้าว เคล็ดลับที่ไม่มีใครบอก

โต๊ะกินข้าว เปรียบเสมือนกระเพาะอาหารของบ้านหาถูกวางไว้ในตำแหน่งที่ดี ก็จะทำให้กระเพาะอาหารนั้นมีความอิ่ม แต่ในทางกลับกันเมื่อมันถูกวางไว้ในตำแหน่งที่ไม่ดีก็จะทำให้เกิดความหิวอยู่ตลอดเวลา  ซึ่งแน่นอนว่าตามหลักของฮวงจุ้ยก็มีเกี่ยวกับเรื่องของการวางโต๊ะกินข้าวอีกเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในวิชาเต๋าเหมาซานที่เรียกได้ว่าเป็นเคล็ดลับที่อาจไม่มีใครเคยบอกคุณมาก่อน และหากจัดวางโต๊ะกินข้าวให้เข้าที่เข้าทางและอยู่ในตำแหน่งที่ดีก็จะมีโชคเกี่ยวกับเรื่องของการเงินและโชคลาภต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ซึ่งความอิ่มตามหลักฮวงจุ้ยนั้นหมายถึง โชคลาภเงินทองรวมไปถึงสิ่งของต่าง ๆ ที่เข้าหาเราแบบไม่มีหยุดตลอดเวลาจึงทำให้ความหิวนั้นไม่บังเกิดขึ้น หรืออาจหมายถึงการอยู่ในสภาวะที่เราทำงานหาเงินเท่าไหร่แล้วมีเก็บไม่ใช่หาเท่าไหร่ก็ไม่พอใช้ นั่นคือการอยู่ในรูปแบบของกระดานอิ่มนั่นเอง ซึ่งก็มีวิชาคุณช่วยระบบเต๋าเหมาซานที่ว่าด้วยเรื่องของโต๊ะกินข้าวเอาไว้ โดยในวิชาเต๋าเหมาซานว่าด้วยเรื่องหยินและหยางซึ่งโต๊ะกินข้าวที่ตั้งอยู่ในพลังงานหิน จะต้องมีความสงบนิ่งหรือหมายถึงในบริเวณนั้นจะต้องไร้ซึ่งสิ่งเคลื่อนไหวใด ๆ เช่นต้องเป็นห้องโถงโล่ง ถือเป็นฮวงจุ้ยในการวางโต๊ะกินข้าวที่ดีมาก ๆ นอกจากนี้โต๊ะกินข้าวควรอยู่ในตำแหน่งที่หันหน้าออกทางซ้ายมือของบ้านจึงหากเราแบ่งบ้านเป็นซ้ายขวาก็จะสามารถจัดสรรการวางโต๊ะกินข้าวได้ดี นอกจากนี้ในเรื่องของปัญหาสุขภาพนั้นโต๊ะกินข้าวยังสามารถบ่งบอกได้อีกด้วย เช่นการสังเกตจากถาดหมุนรอบโต๊ะหากขาดหมุนมีเสียงก็จะนำมา ซึ่งโรคภัยไข้เจ็บแต่หากขาดหมุนนั้นไม่มีเสียงก็สื่อให้รู้ว่าผู้คนในบ้านมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงดี ซึ่งต้องขอบอกเลยว่าในเรื่องนี้ไม่มีที่ไหนที่เคยบอกเคล็ดลับการวางโต๊ะกินข้าวให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยในระบบเตาเหมาซานแบบนี้มาก่อน และที่นี่น่าจะเป็นที่แรกที่ทำให้คุณสามารถจัดสรรในการวางตำแหน่งโต๊ะกินข้าวให้อยู่ในรูปแบบที่ถูกต้องเพื่อทำให้พลังงานดี ๆ หลั่งไหลเข้ามาสู่ตัวบ้านและผู้ที่อยู่อาศัยภายในบ้านนั่นเอง รวมไปถึงยังทำให้คุณสามารถที่จะจัดการกับปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ได้ดี เพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคุณได้มากยิ่งขึ้นไม่ทำให้ขัดสนในปัญหาเงินทอง หน้าที่การงานประสบคามสำเร็จ สร้างความสุขให้คนในบ้านได้เป็นอย่างมาก https://www.youtube.com/watch?v=6ioF1nxEZQQ

ฮวงจุ้ยวิบากร้าย = พิฆาตบ้าน

เคยสงสัยไหมว่าทำไมบ้านที่เราอยู่นั้นถึงเจอแต่ปัญหา นั่นอาจเป็นเพราะเรื่องของฮวงจุ้ยที่เป็นวิบากร้ายสามารถพิฆาตบ้านของเราได้ ซึ่งก็มีคำกล่าวที่ว่าบางทีบ้านของคุณโดนพิฆาตด้วยชัยภูมิหรือชัยภูมิที่ตั้งของบ้านนั้นโดนวิบากทางทิศทางทำให้มีสิ่งไม่ดีเข้าสู่ตัวบ้านได้อย่างง่ายดาย ซึ่งนั่นก็เป็นหนึ่งปัญหาที่ทำให้หลายๆบ้านมักเจอกับเรื่องคาราคาซัง และปัญหาจุกจิกอย่างมากมาย ไม่เว้นแม้แต่เรื่องของปัญหาสุขภาพของผู้คนในบ้านอีกด้วย             ซึ่งฮวงจุ้ยวิบากร้ายที่สามารถพิฆาตบ้านได้นั้น ก็มาจากหลากหลายสาเหตุ เช่นบ้านอยู่ในทางสามแพร่ง บ้านต่ำกว่าถนน บ้านที่ตรงข้ามมีมุมจั่วหรือมุมตึกแหลม บ้านอยู่ตรงข้ามป่าช้า เมรุ หรือสุสาน รวมไปถึงบ้านที่มีลมพัดแรงตลอดเวลา ซึ่งลักษณะของบ้านเหล่านี้ ล้วนเป็นบ้านที่ผิดตามหลักตำราฮวงจุ้ยของเต๋าเหมาซานทั้งสิ้นอีกทั้งยังสามารถส่งผลเสียมากกว่าผลดีให้กับผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านได้เป็นอย่างมาก             โดยเฉพาะที่ตั้งของโค้งที่พุ่งเข้าหาตัวบ้าน ตามตำราของเต๋าเหมาซานแล้วจะเรียกว่าโค้งฟันแห่งดาบซึ่งเป็นสิ่งที่นำมาด้วยกับสิ่งเลวร้ายทั้งสิ้น เปรียบเสมือนกับลูกธนูหรือคมของดาบที่ไม่มีความละมุนละม่อมแต่อย่างใด เช่น ปัญหาด้านสุขภาพ ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านอาจจะได้รับอันตรายหรือการเจ็บป่วยในด้านปัญหาสุขภาพแบบไม่มีจบสิ้น อีกทั้งยังมีความเสี่ยงในเรื่องของสายตา น้ำในหูไม่เท่ากัน อวัยวะภายในทำงานผิดปกติโดยเฉพาะในส่วนของลำไส้ที่อาจทำให้คนในบ้านมีการเจ็บป่วยอยู่ตลอดเวลา ศัตรูและมิตร             ผู้ที่เคยเป็นมิตรจะกลายเป็นศัตรูและศัตรูตรงหน้าจะสร้างความเดือดร้อนและความทุกข์ใจ รวมไปถึงเรื่องต่าง ๆ ที่ไม่ดีมาให้คุณได้ทุกข์ใจมากกว่าเดิม หน้าที่การงาน หน้าที่การงานนั้นจะเจอกับอุปสรรคและทำให้ความก้าวหน้าในการทำงานลดน้อยถอยลง อาจมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานหรือสำหรับใครที่ทำธุรกิจส่วนตัวก็อาจเกิดการพลิกกระดานที่ทำให้ธุรกิจนั้น ๆ สามารถล้มละลายได้ การเงิน พลังงานของโค้งฟันแห่งดาบนี้ จะส่งผลให้เงินของคุณที่มีอยู่หมดไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งในสิ่งนี้อาจหมดไปกับสิ่งเร้าต่าง ๆ หรือเป็นในเรื่องของปัญหาสุขภาพที่ลุกลามจนทำให้ต้องสูญเสียเงินก้อนใหญ่ ไม่ว่าจะหาเงินได้มากเท่าไหร่ก็ไม่พอใช้สร้างความลำบากและความขัดสนให้กับคนในบ้านได้อยู่ไม่น้อย โชคลาภที่จะเข้าสู่ตัวบ้าน             เดิมทีหากบ้านที่ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยนั้นโชคลาภและเงินทองต่าง ๆ จะไหลเข้าสู่ตัวบ้านได้เป็นอย่างดี แต่เมื่อใดก็ตามที่พลังงานของโค้งฟันแห่งดาบนี้ ส่งผลต่อตัวบ้าน โชคลาภต่าง ๆ…

3 สิ่งเสริมห้องครัวมี กินไม่มีอด!

ห้องครัวอีกหนึ่งจุดสำคัญในบ้านที่หลาย ๆ คนให้ความสนใจ เนื่องจากมุมนี้เป็นอีกหนึ่งโซนที่ผู้คนในบ้านมักใช้งานร่วมกันเป็นประจำ ทำให้ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าห้องครัวเป็นส่วนหนึ่งของบ้านที่มีทุกหลังไม่ว่าบ้านหลังนั้นจะมีขนาดเล็กหรือมีขนาดใหญ่หรือจะเป็นเพียงคอนโดและห้องเล็ก ๆ ก็ตามทีก็จะต้องมีห้องครัวนี้เป็นมุมประกอบอาหารเล็ก ๆ เอาไว้อยู่เสมอซึ่งตามหลักวิชาฮวงจุ้ยระบบเต๋าเหมาซานถือว่าห้องครัวเป็นอีกหนึ่งโซนของบ้านมีวิชาฮวงจุ้ยให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งก็มี 3 สิ่งที่ช่วยเสริมห้องครัวให้มีกินไม่มีอดจะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันได้เลย เกลือ ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว เกลือ ถือเป็นธาตุน้ำ ซึ่งหลายคนอาจจะเข้าใจว่าธาตุน้ำของเกลือจะพิฆาตเรือทำลายธาตุไฟของห้องครัวแต่ในความเป็นจริงเกลือเป็นพลังงานธาตุน้ำที่ไม่ดับไฟและมีพลังงานเสริมเป็นธาตุไฟแบบลับ ๆ ทำให้เมื่อเกลืออยู่ในห้องครัวจะช่วยปรับพลังงานฮวงจุ้ยให้ดีขึ้นได้ และที่สำคัญควรอยู่ในโถทึบจะดีกว่าภาชนะที่เป็นแก้วใสช่วยทำให้การเงินในบ้านดีขึ้น อีกทั้งยังส่งเสริมการเงินให้มีเงินทองเข้ามาอยู่ตลอดเวลา หากทำการค้ายอดขายก็จะดีขึ้นและมีทรัพย์หมุนเวียนมีเงินเก็บอยู่เสมอ พริกแห้ง ตามหลักวิชาฮวงจุ้ยระบบเต๋าเหมาซานเชื่อว่า พริกแห้ง เปรียบเสมือนพลังงานธาตุไม้ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมพลังงานธาตุไฟได้โดยตรง และเชื่อว่าหากมีพริกแห้งอยู่ในห้องครัวบ้านหลังนั้นมักจะได้รับเงินอยู่ตลอดเวลา และจะได้จับเงินแบบไม่ขาดมือมีทรัพย์ไหลเวียนเข้าบ้านไม่ขาดสาย น้ำมัน ซึ่งสิ่งสุดท้ายนี้ก็คือน้ำมันโดยตามหลักวิชาฮวงจุ้ยแล้วเชื่อว่า น้ำมัน สร้างพลังงานความร้อนเป็นการสร้างพลังงานประทับไฟแบบลับ ๆ โดยจะช่วยส่งเสริมพลังงานโดยตรงอีกทั้งหากด้านไหนมีทั้งน้ำมันพืชและน้ำมันสัตว์อยู่คู่กันในห้องครัวก็จะยิ่งทำให้บ้านหลังนั้นมีโชคลาภอยู่ตลอดเวลา จะพบกับจังหวะและโอกาสที่ดีอยู่เสมอเมื่อเจอปัญหาหรืออุปสรรคก็จะมีคนช่วยค้ำจุนพยุงหนุนนำยื่นมือเข้ามาช่วย รวมไปถึงในด้านการเจรจากับผู้หลักผู้ใหญ่ในเรื่องของธุรกิจก็จะสำเร็จง่ายขึ้นเงินทองไหลไม่ติดขัด             สิ่งสิ่งเหล่านี้ก็เป็นเคล็ดลับที่อาจารย์แขกแนะนำว่าควรมีอยู่ในห้องครัวอย่าให้ขาด เพราะจะทำให้ชีวิตของคนในบ้านดีขึ้นอย่างแน่นอน แต่หากบ้านหลังไหนอยากให้ดีขึ้นแบบทวีคูณก็มีวิธีที่ง่ายกว่านั้นคือสามารถติดฮู้เจ้าเตาไว้บริเวณห้องครัวหรือส่วนประกอบอาหารภายในบ้าน เพื่อช่วยส่งเสริมชะตาที่ดินและให้พลังงานชัยภูมิส่งผลดีกับผู้อยู่อาศัยในบ้านได้นั่นเอง https://www.youtube.com/watch?v=xjqnvVvOzfw

ยอดขายไม่ปัง! อยากได้กำไร ต้องมี 3 สิ่งนี้!!

ในการค้าขายแน่นอนว่าผลกำไร หรือสิ่งตอบแทนที่ได้รับจากการค้าขายนั้นก็มักจะมีการขยับขึ้น และขยับลงอยู่ในทุก ๆ วันแต่หากคุณกำลังประสบปัญหายอดขายไม่ปัง และอยากได้กำไรวันนี้มันตระสยามมี 3 สิ่งที่อาจารย์แขกได้แนะนำไว้ ซึ่งบอกเลยว่า 3 สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มยอดขายของคุณให้มากยิ่งขึ้น และยังทำให้การค้าของคุณสามารถเติบโตใดอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้นอีกด้วย จะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันได้เลย             การค้าขาย หรือ การทำธุรกิจทุกประเภทเรื่องยอดขายนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะในเรื่องของผลกำไรที่ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าเป็นประเด็นหลักที่ทำให้ธุรกิจจะยังสามารถเดินต่อได้ อีกทั้งในปัจจุบันสภาวะของเศรษฐกิจที่ทำให้หลาย ๆ คนนั้นกลับมาทำอาชีพเสริมมากยิ่งขึ้นเหล่านี้ก็เหมือนกับการแข่งขันทางการตลาดที่จำเป็นจะต้องใช้กลยุทธ์ในการเรียกลูกค้าให้เข้าร้านอีกด้วย และหากพบว่ายอดขายของคุณไม่ปังหรือยังน้อยเกินไปไม่คุ้มกับสิ่งที่ได้ลงทุนไปเลยนั้นควรทำ 3 สิ่งนี้ อย่างที่ 1              หากอยากได้ผลกำไรในการประกอบการที่ดีที่สุดสิ่งที่ควรมีเลยนั่นก็คือเรื่องของความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสถานที่ หรือในด้านการตั้งขายของก็ดีซึ่งหากอยากขายดี หรือมีกำไรที่งอกงามสถานที่แห่งนั้นจะต้องเป็นสถานที่ที่รับพลังงานดี ๆ เข้ามาโดยเป็นสถานที่ที่รับทรัพย์ดึงดูดทรัพย์ และยังสามารถกักเก็บพลังงานได้ดี และตามหลักวิชาฮวงจุ้ยในระบบเสาเหมาซานแนะนำให้มีการปรับปรุงพื้นที่ในการค้าขายให้เกิดความสะอาดและเป็นระเบียบอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการขายแบบมีหน้าร้านหรือไม่มีหน้าร้านก็ตาม เพราะพลังงานดีเกิดจากการหมุนเวียนที่เป็นระเบียบ และมีความมั่นคงเพื่อทำให้การไหลผ่านของทรัพย์ดีมากยิ่งขึ้นนั่นเอง อย่างที่ 2              สิ่งที่ 2 ที่จะช่วยให้การค้าของคุณนั้นเกิดความสำเร็จ และมียอดขายที่ดีมาก ๆ นั้นก็คือการมีลูกค้าที่เข้าร้านอยู่ตลอดเวลา หรือที่เรียกว่าไฟในวิชาฮวงจุ้ย ซึ่งไฟนับว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถทำให้ธุรกิจของคุณดีขึ้นได้ด้วยไฟเพียงหลอดเดียว และในวิชาฮวงจุ้ยระบบต่อเหมาซานก็ยังหมายถึงความสว่างซึ่งจะสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ว่าร้านค้าร้านใดก็ตามที่เปิดไฟอย่างสว่างไสวอยู่ตลอดเวลาจะทำให้ผู้ที่ได้พบเห็น หรือลูกค้านั้นเกิดการตัดสินใจที่จะเข้าไปซื้อของในร้านนั้นมากกว่าร้านที่มีความอึมครึมดูหม่นหมอง ดังนั้นในตอนนี้ หากใครที่กำลังประสบปัญหาธุรกิจการค้าไม่ราบรื่นหรือยอดขายไม่เพิ่มขึ้นอยู่นั้น อย่าลืมเปลี่ยนหลอดไฟให้มีความสว่างไสวเกิดขึ้นภายในร้านจะช่วยให้ฮวงจุ้ยร้านของคุณกลับมาดีขึ้นได้อย่างง่ายดาย อย่างที่…

3 จุดเสี่ยงในบ้าน ทำงานหนักแต่ได้เงินน้อย

เคยสงสัยกันหรือไม่ว่า ทำไมคุณนั้นทำงานหนักแต่ยังได้เงินน้อยอยู่ วันนี้เราจะพาคุณมาดูกับ 3 จุดเสี่ยงในบ้านที่เรียกได้ว่าเป็นชนวน หรือสาเหตุหลักที่ทำให้คุณนั้นทำงานอย่างหนักแต่ผลประกอบการ หรือเงินที่ได้รับมานั้นมีความน้อย และดูไม่เหมาะสมกับงานที่ได้รับมานั้นทำให้เกิดความท้อแท้ และความเหนื่อยล้ารวมไปถึงการเบื่อหน่ายจากการทำงานได้อยู่ไม่น้อย แถมยังทำให้พลังงานเชิงบวกของคุณลดน้อยถอยลงไปอีกด้วย แล้วจะมีจุดเสี่ยงใดในบ้านที่ควรระวังกันบ้างนั้นก็มาดูกันได้เลย หน้าต่างบ้าน             หน้าต่างบ้าน จุดแรกที่คุณจะต้องสังเกตให้ดีภายในบริเวณบ้านของคุณ หากบ้านของคุณมีหน้าต่างบ้านที่มากเกินไปก็จะทำให้พลังงานภายนอกเข้ามาสู่ตัวบ้านได้เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้พลังงานในตัวคุณมีความกระตือรือร้นและต้องทำงานหลาย ๆ อย่างพร้อมกันซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับผลประกอบการหรือเงินที่ได้รับมานั้นดูไม่สมเหตุสมผล และดูน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้นจึงควรทำหน้าต่างบ้านเอาไว้แต่พอเหมาะไม่ควรทำมากเกินไปจึงจะดีที่สุด ห้องในตัวบ้าน             ห้องในตัวบ้าน เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้คุณต้องทำงานเยอะแต่ได้เงินน้อยอีกเช่นเดียวกัน  ซึ่งในแต่ละบ้านนั้นอาจจะมีห้องน้อยแต่ขนาดห้องไม่ Balance กับตัวบ้านเสียเท่าไหร่ หรือการที่ห้องนั้นมีมากจนเกินไปไม่พอดีกับตัวอาคาร ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดพลังงานมากแต่ได้เงินน้อยนั่นเอง เตาครัว             เตาครัว ในปัจจุบันจะมีหลากหลายประเภทมาก ๆ แต่ที่เราจะเห็นกันบ่อยที่สุดในสมัยนี้เลยก็คือ เตาครัวที่มีหลาย ๆ หัวตั้งแต่ 2 หัวขึ้นไปจนถึง 6 หัวก็ยังมีให้เห็นซึ่งแน่นอนว่าในบางคนใช้งานเพียงแค่หัวเดียวเท่านั้น และถือว่าสิ่งนี้ทำให้เกิดความไม่สมดุลระหว่างการใช้งาน และจำนวนของหัวเตาที่มากจนเกินไปก่อให้เกิดพลังงานที่ต้องทำงานมาก แต่ได้เงินน้อยจะทำให้คุณมีความกระตือรือร้นอย่างหนักแต่ไม่คุ้มค่ากับผลตอบแทนที่ได้รับเสียเท่าไหร่             เพราะฉะนั้นหากใครที่กำลังรู้สึกถึงปัญหาเหล่านี้อยู่ลองดูจุดต่าง ๆ บริเวณบ้านของคุณเหล่านี้ว่ามีจุดไหนที่เสี่ยง เสี่ยงต่อการทำให้พลังงานมากแต่ได้เงินน้อยอยู่ หรือไม่ หากมีให้รีบแก้ไขเพื่อที่จะทำให้คุณได้รับพลังงานดี ๆ เข้ามาในชีวิต…

พระแม่สรัสวดี เทวีแห่งปัญญาความรู้

หากจะพูดถึงเทวีแห่งปัญญา และความรู้แล้วพระแม่สรัสวดีถือเป็นอีกหนึ่งเทวีในฮินดูที่มีผู้นิยมบูชาเป็นอย่างมาก และยังเป็นเทวีแห่งปัญญาความรู้ที่ว่ากันว่า หากผู้ใดที่ได้บูชาจะได้รับการประทานพรทั้งด้านปัญญาทรัพย์สิน รวมไปถึงความสมบูรณ์ในชีวิตอีกด้วย ซึ่งวันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับพระแม่สรัสวดี  และวิธีการบูชาว่าควรบูชาอย่างไรจึงจะสัมฤทธิ์ผล  และได้รับพรอันประเสริฐมาดูกันได้เลย             พระแม่สรัสวดี หรือ พระสุรัสวดี คือ ชายาของพระพรหมถือเป็นเทพแห่งพระเวททั้งปวง ซึ่งเปรียบเสมือนกับครูอาจารย์ และวิทยากรพระท่านคือเทวีแห่งสรรพความรู้ และยังมีวิชาการอันล้ำลึกวิทยาการหลากหลายแขนงก้าวหน้าโดยมีความเชื่อว่าพระองค์เป็นธิดาแห่งพระทักษะ และนางประสูติ และอีกหนึ่งความเชื่อเชื่อว่าในมหากาพย์มหาภารตะนั้นว่ากันว่า พระกฤษณะคือผู้สร้างพระสุรัสวดี และคัมภีร์พระเวทขึ้นมาพร้อมกันจากจิตใจของพระองค์เอง             ซึ่งพระแม่ผู้นี้ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งงานศิลปะทุกแขนง รวมไปถึงการว่าเขียนอักษรศาสตร์การแต่งตำราการดนตรี และการเขียนหนังสือมีความปรีชาญอันแจ่มแจ้งชอบศึกษาหาความรู้ และการเล่าเรียนเป็นอย่างยิ่ง โดยพระองค์ยังเป็นผู้ให้กำเนิดบทสวดมนต์บทแรกของจักรวาลอีกด้วย โดยชาวฮินดูนับถือพระสรัสวดีให้เป็นเทวีแห่งเวทมนต์คาถา รวมไปถึงการประกอบพิธีกรรม ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่มีการประกอบพิธีบูชาเทพ หรือเทศกาลใด ๆ หากอัญเชิญพระพิฆเนศเป็นเทพองค์แรกก็จะทำให้พิธีนั้นเกิดความเป็นสิริมงคลขึ้นได้ และเช่นเดียวกันการอัญเชิญพระแม่สรัสวดีรวม ด้วยก็จะทำให้การสวดมนต์ และการประกอบพิธีกรรมในทุกขั้นตอนเป็นไปได้อย่างศักดิ์สิทธิ์ และมีพลังที่มากขึ้น             ลักษณะของพระแม่สรัสวดีคือมี 4 พระหัตถ์ 2 พระหัตถ์ทรงเครื่องดนตรีที่เรียกว่าวีณา หรือจะเข้ของอินเดีย และพระหัตถ์ข้างอื่น ๆ ถือลูกประคำคัมภีร์พระเวทมีหงส์ประทับบนดอกบัวสีขาวมีพาหนะเป็นหงส์ และนกยูงอยู่เคียงข้างโดยวันบูชาพระแม่สรัสวดีที่ดีที่สุด คือเทศกาลวสันตะปัญจะมี โดยจะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 ของทุกปี และมีการประกอบพิธีบูชาทั้งวันทั้งคืน…

เปิดตำนาน เจ้าแม่ทับทิม

ในเมื่อเรื่องของความเชื่อเป็นสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ และธรรมชาติก็ยังเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มาตั้งแต่สมัยโบราณนั้นถือว่า ความเชื่อนี้ก็เป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ที่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ เพื่อทำให้เกิดความมั่นคง และปลอดภัยอย่างการที่ได้รู้จักกับเจ้าแม่ทับทิมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกป้องคุ้มครองมาพร้อมกับการบูชากราบไหว้ตามความเชื่อ ก็จะทำให้ผู้บูชาหลุดพ้นจากความทุกข์ยากลำบากความเดือดร้อนไปได้             เจ้าแม่ทับทิม คือ เทพแห่งสายน้ำ ที่คอยปกปักรักษาผู้ที่เดินทางสัญจรด้วยเรือ โดยมีความเชื่อว่าหากจะต้องออกเรือเมื่อใดก็จะต้องมีการบูชา และประกาศให้เจ้าแม่ทับทิมรับทราบถึงการเดินทางในทุก ๆ ครั้งเพื่อที่จะทำให้การเดินเรือนั้นสามารถถึงจุดมุ่งหมายได้อย่างปลอดภัย ตามตำราได้เล่าว่าเจ้าแม่ทับทิมเกิดอยู่ในครอบครัวของขุนนางที่เมืองจีนบนเกาะเหมยโจ้ว มณฑลฝูเจี้ยนประเทศจีนซึ่งมีบิดาเป็นผู้ตรวจราชการของแผ่นดิน และมารดาเป็นผู้ที่มีจิตใจโอบอ้อมอารีชอบช่วยเหลือผู้อื่นที่ได้รับความทุกข์ยาก และเดือดร้อนอยู่เสมอมีจิตใจที่เที่ยงตรงในพุทธศาสนา ดำเนินชีวิตด้วยหลักทำนองทองคำของศาสนา และยังนับถือพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิมเป็นอย่างมาก             วันหนึ่งทั้งสองได้สวดมนต์อ้อนวอนขอพรจากเจ้าแม่กวนอิมให้ประธานบุตรให้ และไม่ช้าก็เกิดเรื่องน่าประหลาดขึ้นเมื่อย่างเข้าสู่เดือนที่ 6 ผู้เป็นบิดาก็ได้ฝันว่า เจ้าแม่กวนอิมได้ลงมาประทานยาวิเศษให้กับภรรยากินหลังจากนั้นเวลาไม่นานนักภรรยาก็ได้ตั้งครรภ์เมื่ออายุครรภ์ครบ 9 เดือนถึงกำหนดคลอดก่อเกิดปฏิหาริย์มีแสงสว่างส่องเข้ามาในตัวบ้านมีกลิ่นหอมเย็นสดชื่นตลบ อบอวลไปทั่วทั้งบ้าน และในวันรุ่งขึ้นก่อเกิดเรื่องน่าประหลาดใจขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเทือกเขาที่อยู่ใกล้บ้านเปลี่ยนเป็นสีส้มไปหมด             ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านเชื่อว่าจะมีผู้มีบุญลงมาเกิดในโลกมนุษย์ และในวันนั้นเองภรรยาของท่านก็ได้คลอดเจ้าแม่ทับทิมออกมา ซึ่งเป็นเด็กที่มีหน้าตาน่ารักผิวพรรณสวยงามต่างจากเด็กทั่ว ๆ ไปในหมู่บ้านอีกทั้งยังไม่ร้องไห้ และไม่คร่ำครวญเหมือนเด็กทั่ว ๆ ไปบิดาจึงได้ตั้งชื่อท่านว่า “ลิ้มมิก” ซึ่งหมายถึงความเงียบขรึมในภาษาจีนนั่นเอง เมื่อลิ้มมิก อายุได้ 8 ขวบก็ได้เข้าเรียนหนังสือ ซึ่งก็ทำให้อาจารย์ผู้สอนต้องปลัดใจเป็นอย่างมากเมื่อเธอสามารถอ่านหนังสือได้อย่างแตกฉาน และรวดเร็วกว่าเด็กคนอื่น ๆ สามารถจดจำทุกสิ่งที่อาจารย์สอนได้เป็นอย่างดี และยังว่ายน้ำเก่งแต่ไม่ค่อยออกไปเล่นกับเด็กในวัยเดียวกันสักเท่าไหร่เพราะเธอมักจะฝึกสมาธิและปฏิบัติธรรมเสียมากกว่า             เมื่ออายุได้ 13…

สิ่งของที่ไม่ควรมีไว้ในบ้านตามหลักฮวงจุ้ย

แน่นอนว่าบ้านทุกหลังจะต้องมีสิ่งของสำคัญที่เรานั้นจะเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี แต่รู้หรือไม่ว่าบางทีสิ่งของเรานั้นก็อาจเป็นสิ่งที่ไม่ควรมีไว้ในบ้านตามหลักฮวงจุ้ยก็เป็นได้ แล้ววันนี้เราจะพาทุกท่านมาดูกันกับ 7 สิ่งของที่ไม่ควรมีเอาไว้ในบ้าน เพราะอาจทำให้สิ่งที่ไม่เป็นมงคลเข้ามาในบ้านได้ ซึ่งจะมีอะไรที่ไม่ควรมีไว้ในบ้านตามหลักฮวงจุ้ยบ้างนั้นเอามาดูกันได้เลย นาฬิกาตาย นาฬิกาตาย เป็นสิ่งที่ไม่ควรเก็บเอาไว้ภายในบ้านเลยทีเดียว เพราะตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่านาฬิกาที่ตายหรือนาฬิกาที่แตกหักจะทำให้เกิดความสูญเสีย หากไม่อยากทิ้งนาฬิกาเรือนนั้นก็ควรนำไปใส่ถ่านหรือซ่อมแซมให้เกิดความเรียบร้อย จานชามที่แตกแล้ว สิ่งของที่แตกหักหรือจะชามที่แตกแล้ว ไม่ควรเก็บไว้ในบ้านเป็นอันขาดและบอกเลยว่าไม่ต้องเสียดายสิ่งเหล่านี้ เพราะสิ่งเหล่านี้นี่แหละที่จะทำให้มีปัญหาด้านลบเข้ามาในชีวิต รวมไปถึงภายในบ้านได้และมักจะทำให้คุณนึกถึงใจเรื่องแย่ ๆ อยู่ตลอดเวลา ผนังสีเขียว การทาผนังสีเขียว ถึงแม้จะเป็นสีแห่งธรรมชาติ แต่รู้หรือไม่ว่าตามหลักฮวงจุ้ยนั้นไม่แนะนำให้ทาผนังสีนี้เท่าไหร่เพราะถือว่าเป็นผนังอัปมงคล ประตูสีดำ ประตูที่มีสีดำ ถึงแม้จะเป็นสียอดฮิตที่กำลังมาแรงแต่ตามหลักฮวงจุ้ยนั้นถือว่าประตูสีดำจะนำพามาซึ่งความโชคร้ายต่าง ๆ ประตูก็เปรียบเสมือนดวงตาที่เปิดรับสิ่งต่าง ๆ เข้ามาซึ่งเมื่อประตูมีสีดำก็อาจจะนำมาซึ่งความชั่วร้ายและทำให้สิ่งไม่ดีเข้ามาในตัวบ้านได้ ยกเว้นการที่ประตูหันไปทางทิศเหนือก็ไม่มีสิ่งใดเป็นกังวล ปฏิทินเก่า ตามหลักฮวงจุ้ยปฏิทินเก่าที่เก็บไว้นั้นจะมีการแสดงวันเดือนและปีที่ผิดไปจากเวลาในปัจจุบัน ซึ่งมันจะเป็นการสะท้อนภาพเหตุการณ์ในอดีตต่าง ๆ ที่ผ่านมานั้นทำให้เกิดความคิดในเชิงลบหรือปัญหาต่าง ๆ ที่ตามมาได้ ต้นไม้ที่ตายแล้ว ต้นไม้ที่ตายแล้ว ถ้าถูกเก็บไว้ในบ้านจะเปรียบเสมือนการเปิดทางให้สิ่งเลวร้าย รวมไปถึงโชคร้ายได้เข้ามาสู่ตัวบ้านซึ่งนั่นก็ส่งผลต่อผู้ที่อาศัยอยู่ภายในบ้านเช่นเดียวกัน เก้าอี้ที่ชำรุดหรือเก้าอี้ที่ไม่ได้ใช้งาน หากในบ้านของคุณมีเก้าอี้ที่ไม่ได้ใช้งานหรือเก้าอี้ที่ชำรุดแล้วและยังวางอยู่เฉย ๆ เพื่อเป็นการตกแต่ง ตามหลักฮวงจุ้ยมีความเชื่อว่าเก้าอี้เหล่านี้นี่แหละ ที่จะทำให้พลังงานในด้านมืดต่าง ๆ เข้ามาสิงสู่หรือนั่งอยู่บนเก้าอี้นี้แทน ซึ่งก็แน่นอนว่าจะนำมาซึ่งความโชคร้ายและความสูญเสียภายในบ้านได้

ฮวงจุ้ยบ้านไม่ดี อาจอยู่ไม่เป็นสุข

บ้าน คือ ที่อยู่อาศัยของมนุษย์ทุกคนที่เรียกได้ว่าเป็นจุดรวมพลังงานทั้งดีและไม่ดีเอาไว้ซึ่งนั่นก็ขึ้นอยู่กับฮวงจุ้ยบ้านเป็นหลัก หากทางที่ตั้งบ้านมีฮวงจุ้ยที่ดีก็จะทำให้พลังงานดี ๆ นั้น เข้าสู่ตัวบ้านได้อย่างง่ายดายส่งผลต่อผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านได้รับผลพลอยได้จากพลังงานดี ๆ เหล่านี้ไปด้วย แต่ในทางกลับกันหากฮวงจุ้ยบ้านไม่ดีนั้น ก็อาจทำให้ชีวิตของคุณอยู่ไม่เป็นสุขอีกเช่นเดียวกัน ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกท่านมาดูกันว่าฮวงจุ้ยบ้านที่ไม่ดีเป็นอย่างไร โดยตำแหน่งบ้านที่ไม่ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยมีดังนี้ บ้านอยู่บริเวณทางโค้ง บ้านที่อยู่บริเวณทางโค้งนั้น ตามหลักฮวงจุ้ยมีความเชื่อว่าจะทำให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับคนในครอบครัว รวมไปถึงในเรื่องของการงานก็ยังไม่ราบรื่นธุรกิจส่วนตัวที่ทำอยู่ก็อาจไม่ประสบผลความสำเร็จหรือทำการค้าไม่ขึ้น แต่ก็สามารถแก้ได้โดยการนำกระจกมาติดบริเวณบ้านเพื่อสะท้อนสิ่งที่ไม่ดีออกไปสู่ภายนอก บ้านอยู่บริเวณทางสามแพร่ง บ้านที่อยู่บริเวณทางสามแพร่งเชื่อว่าเป็นทางผีผ่าน และตามหลักฮวงจุ้ยก็ยังถือเป็นทิศทางอัปมงคลที่เชื่อว่ามีพลังงานด้านลบอยู่ในบริเวณนี้เยอะมาก ๆ ทำให้ผู้คนในบ้านนั้นในประสบผลสำเร็จในเรื่องใดเรื่องหนึ่งแม้แต่เรื่องเดียว ซึ่งส่วนนี้สามารถแก้ได้ โดยการนำกระจกแปดเหลี่ยมมาติดไว้บริเวณหน้าบ้านเพื่อสะท้อนสิ่งไม่ดีออกไป บางที่ไม่มีรั้วบ้าน บ้านหลังไหนที่ไม่มีรั้วถือว่าผิดตามหลักฮวงจุ้ยมาก ๆ ซึ่งรั้วบ้านถือเป็นสิ่งที่ปกป้องคุ้มครองคนในบ้านเอาไว้หากไม่มีรั้วบ้านก็อาจทำให้คนในบ้านนั้นมีปัญหาในเรื่องของการเงินและยังไม่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ซึ่งควรสร้างรั้วบ้านให้ไม่สูงเท่ากันกับขอบกำแพงเพราะอาจทำให้เงินทองฝืดเคืองได้ บ้านที่อยู่บริเวณแม่น้ำ ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว มีความเชื่อว่าน้ำจะพัดพาเอาเงินทองออกไป ดังนั้นการสร้างบ้านอยู่บริเวณริมแม่น้ำ ก็อาจทำให้เงินทอง รวมไปถึงชื่อเสียงต่าง ๆ ไหลออกไปได้เช่นเดียวกัน บ้านที่สูงกว่าพื้นถนน หากบ้านใดที่มีการสร้างพื้นบ้านให้สูงกว่าถนนนั้น ตามหลักฮวงจุ้ย มีความเชื่อว่าอาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเงินทอง รวมไปถึงการงานได้ บนกำแพงของบริเวณบ้านมีเหล็กดัด ตามหลักฮวงจุ้ยแล้วมีความเชื่อว่าหากบนกำแพงของบริเวณบ้านมีเหล็กดัดอยู่ อาจทำให้เกิดเรื่องร้อนใจรวมไปถึงปัญหาเรื่องเงินทองได้เป็นอย่างมาก กำแพงขรุขระไม่สวยงาม กำแพงที่ขรุขระดูไม่สวยงามและไม่สม่ำเสมอนั้น ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่าจะทำให้ผู้คนในบ้านมีแต่อุปสรรคในชีวิตมากมาย รวมไปถึงยังเกิดปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเงินทองอีกด้วย สีบ้านเกิดการหลุดร่อน สีบ้านที่ดี จะต้องไม่หลุดร่อนและผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านยังต้องมีการทำนุบำรุงบ้านให้ดูดีเสมอ ซึ่งหากปล่อยให้เกิดความเสื่อมโทรม นอกจากจะทำให้บ้านเกิดความสวยงามน้อยลงแล้ว…

เปิดตำรา 10 ฮวงจุ้ยบ้านที่ดี

การอยู่อาศัยภายในบ้าน แน่นอนว่าหากฮวงจุ้ยบ้านของคุณดีก็จะทำให้พลังงานดี ๆ หลั่งไหลเข้ามาภายในบ้านของคุณมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ผู้ที่อาศัยอยู่ภายในบ้านนั้น ได้รับความผาสุก และมั่งมี ในเรื่องของโชคลาภเงินทอง รวมไปถึงการงานการเงินอีกด้วย ในทางกลับกันหากฮวงจุ้ยบ้านที่ไม่ดีก็อาจสร้างหายนะ และผลเสียเข้ามาได้อีกเช่นเดียวกัน ดังนั้น วันนี้เราจะพาทุกท่านมาเปิดตำราดู 10 ฮวงจุ้ยบ้านที่ดีว่าจะมีฮวงจุ้ยแบบไหนที่ช่วยเสริมให้บ้านของคุณนั้นดูดีพร้อมรับโชครับทรัพย์เข้าบ้านแบบจัดหนักจัดเต็มกันบ้าง ทิศทางของบ้าน ทิศทั้งของบ้าน ถือเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งการวางตัวบ้านนั้นควรเข้าหาทางทิศใต้หรือทิศเหนือเพื่อเป็นการเปิดรับพลังงานลมธรรมชาติให้พัดอยู่ตลอดทั้งปี และยังหลีกเลี่ยงแสงแดดแม้ให้เข้าส่องตัวบ้านโดยตรงเพื่อทำให้บ้านเกิดความร่มรื่น และมีอากาศที่ถ่ายเทได้อย่างสะดวกสบายซึ่งตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว หากวางทิศของบ้านไปทางทิศใต้จะช่วยเสริมดวงในเรื่องของชื่อเสียงเกียรติยศได้เป็นอย่างดี แต่หากวางฮวงจุ้ยไว้ทางทิศเหนือก็จะทำให้ผู้ที่ประกอบธุรกิจการค้าขายมีโชคลาภในด้านเงินทองค้าขายมั่งมี ทำเลที่ดี ทำเลที่ดิน ที่ดีจะช่วยเสริมให้ฮวงจุ้ยบ้านรับโชคไปได้มากกว่าครึ่ง ซึ่งควรอยู่ในพื้นที่เรียบบริเวณบ้านจะต้องไม่มีต้นไม้ สุสาน ป่าช้า หรือ ที่ทิ้งขยะประกบข้างกัน ส่วนถนนหน้าบ้านก็จะต้องไม่ติดอยู่กับถนน 3 หน้าผาบนทางระบายน้ำ หรือ เนื้อที่ดินที่มีความแคบ และพื้นลึกเกินไป จะทำให้ฮวงจุ้ยบ้านรวยมากโชคทรัพย์พัดเข้ามาตลอดร่ำรวยมีความสุข ประตูบ้าน ประตูบ้านถือเป็นด่านแรกของการรับทรัพย์ ซึ่งผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านนั้นจะได้รับความมั่งคั่ง และมีความสุขในระยะ 45 องศาของหน้าประตูโดยไม่มีสิ่งใดกีดขวาง หรือบดบังตัวประตูบ้าน และห้ามให้ประตูหน้าอยู่ตำแหน่งตรงกับหน้าต่างบันได ประตูหลังบ้าน รวมไปถึงประตูอื่น ๆ ภายในบ้านอีกด้วย เพราะอาจทำให้ทรัพย์สินเงินทองนั้นรั่วไหลออกไปได้ การรับแสงแดดและรับลม บ้านที่ดี และน่าอยู่จะต้องมีหน้าต่างให้พอรับแสงแดด และรับลมจากธรรมชาติในยามกลางวันที่เพียงพอ…