พระแม่ตรีศักติ คือใคร

พระแม่ตรีศักติ คือใคร             เชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะเคยได้ยินชื่อของพระแม่ตรีศักติ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของพระแม่อุมาตากีนั่นเอง โดยเป็นการรวมพลังของพระแม่สูงสุดทั้ง 3 พระองค์ของศาสนาพราหมณ์ฮินดู ซึ่งชาวไทยนิยมนำเอาเครื่องรางเกี่ยวกับพระแม่ตรีศักติมาทำการบูชาและได้รับสิ่งที่ดีกลับไปอย่างมากมาย ทางด้านความรัก เงินทอง อำนาจ และสติปัญญา ดังนั้นวันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับพระแม่ตรีศักติ ว่าท่านคือใคร             พระแม่ตรีศักติ เป็นการรวมพลังของสามพระแม่ผู้ยิ่งใหญ่ ได้แก่ พระแม่อุมาเทวี พระแม่ลักษมี และพระแม่สุรัสวดี โดยทั้ง 3 พระองค์นี้ คือชายามหาเทพที่ช่วยประทานพรในด้านความสำเร็จให้เพียบพร้อมสมปรารถนา เป็นที่ทราบกันดีว่าพลังอำนาจของมหาเทพในศาสนาพราหมณ์ฮินดูนั้น มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิดได้แก่พระตรีมูรติ คือ พลังอำนาจของบุรุษเพศ และพระแม่ตรีศักติ คือ พลังอำนาจของสตรีเพศนั่นเอง 3 พระแม่ตรีศักติ พระแม่อุมาเทวี คือ ฉายาของพระศิวะผู้มีความเกรงขามและมีความงามเปลี่ยนไปด้วยอำนาจวาสนาบารมี โดยท่านผู้นี้จะประทานพรในเรื่องของอำนาจหน้าที่การงาน การเลื่อนขั้นเ สริมเมตตาบารมีให้สุขภาพแข็งแรง ประทานพรและสร้างความสุขให้แก่ครอบครัว ประทานชัยชนะเหนือศัตรูทั้งปวง ปราศจากอุปสรรคต่าง ๆ และอันตรายในชีวิต พระแม่ลักษมี คือ พระชายาของพระวิษณุหรือพระนารายณ์ท่านผู้นี้เป็นคู่ที่มีความอ่อนช้อยนุ่มนวลเปลี่ยนไป ด้วยความอบอุ่น โดยท่านจะประทานพรในเรื่องของความรักให้สุขสมหวังดังใจ…

ความศักดิ์สิทธิ์ของพ่อฤาษีนารอด

ความศักดิ์สิทธิ์ของพ่อฤาษีนารอด                พ่อฤาษีนารอด หรือ พ่อแก่นารอด เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งความศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยรู้จักกันมาอย่างช้านานในด้านของวิชาอาคม รวมไปถึงในด้านของโชคลาภ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยก่อนที่เทคโนโลยีไม่สามารถเข้าถึงผู้คนได้และยังไม่มีความพัฒนาการขนาดนี้ทำให้วิถีชีวิตนั้นตั้งอยู่บนฐานของความเชื่อต่าง ๆ และพ่อฤาษีนารอดก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ชาวบ้านต่างให้ความเคารพนับถือและบูชามาอย่างช้านานจนถึงปัจจุบัน             พ่อแก่นารอดหรือปู่ฤาษีนารอดมีชื่อเดิมว่านะรอด เป็นสารที่ตั้งอยู่ในวัดเลียบราษฎร์บำรุง โดยหลวงพ่อสร้อยเจ้าอาวาสผู้มีวิชาอาคมได้เป็นผู้ปั้นรูปจำลองของพ่อปู่ฤาษีเอาไว้ โดยมีลักษณะเป็นพระฤาษีนั่งชันเข่าทำท่าสูบบุหรี่สร้างขึ้นจากดิน 7 ป่าช้า จึงทำให้เป็นที่มาของความศักดิ์สิทธิ์อันแรงกล้าและรุนแรงในฤทธานุภาพจากประวัติที่เล่าสืบต่อกันมานั้น ได้เล่าว่าในสมัยก่อนศาลพ่อปู่ฤาษีนารอดเป็นเพียงศาลเพียงตาเล็ก ๆ อยู่ในแถบชายแดนศรีสะเกษกับเขมร แต่ถึงแม้ศาลจะเล็กและเก่าแก่ แต่ก็มีผู้คนเข้ามากราบไหว้เป็นจำนวนมาก              โดยสาเหตุที่มีผู้คนมากราบไหว้อย่างมากมายเช่นนี้ ก็เป็นเพราะว่าความเชื่อที่ว่าพอแก่ศาลนี้มีความขลัง  ซึ่งในสมัยก่อนชาวบ้านมีความทุกข์ยากกับการหลบระเบิดหรือโลกกระสุนจากสงครามบ้างทำให้ลูกหลานนั้นหายไป จึงได้เข้าไปกราบไหว้บนบานกับพ่อแก่พอวันรุ่งขึ้นก็ได้เจอกับลูกหลานที่หายไปบางคนก็ฝันว่าเห็นพ่อแก่จูงลูกมาให้หรือบ้างก็ฝันว่าพ่อแก่บอกทิศทางว่าลูกอยู่ไหน             อีกหนึ่งความเชื่อที่ทำให้ผู้คนรับรู้ในความศักดิ์สิทธิ์ของพ่อแก่ฤาษีนารอดนี้ก็คือมีนายตำรวจนายหนึ่งที่ไม่เชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของพ่อปู่ฤาษีอย่างที่ชาวบ้านร่ำลือเขาได้ลบหลู่ลองดีด้วยการฉี่รดสารและรื้อสารทิ้ง แต่หลังจากเศรษฐกิจก็เดินทางไปที่ถนนหนำซ้ำยังถูกรถบรรทุกวิ่งมาชนตายคาที่ในทันใด จึงเป็นที่กล่าวขวัญกันมาถึงความเฮี้ยนของพ่อแก่นารอดในเวลานั้น             หลังจากที่ศาลถูกรื้อหลวงพ่อสร้อยก็ได้อัญเชิญพ่อปู่ฤาษีไปอยู่ที่วัดเรียบบำรุงราษฎร์ในเขตบางซื่อจังหวัดกรุงเทพฯ โดยอัญเชิญ แต่พระวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของพ่อแก่และเมื่อมาถึงกรุงเทพฯหลวงพ่อสร้อยก็ลงมือปั้นรูปพระฤาษีด้วยตัวของท่านเองชาวบ้านที่อยู่ในละแวกนั้นก็ได้มากราบไหว้ด้วยความนับถือและศรัทธาบ้างก็มาบนบานศาลกล่าวขอโชคขอลาภและความสำเร็จในด้านต่าง ๆ  จึงทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ของพ่อปู่ฤาษีนารอดและแพร่กระจายเป็นที่รู้จักกันทั่วไปมาจนถึงปัจจุบัน    

พลิกดวงยุค 9 “ค่ายคาถาเจ้าเตา”

พลิกดวงยุค 9 “ค่ายคาถาเจ้าเตา”             ยุค 9 ถือเป็นยุคที่แรงที่สุดตามที่และที่เต๋าเหมาซานได้เคยกล่าวไว้ว่าคนรวยอาจจะกลายเป็นคนจนได้อย่างง่ายดาย และคนจนก็อาจจะกลายมาเป็นคนรวยได้อย่างง่ายดายอีกเช่นเดียวกัน ซึ่งนั่นก็ล้วนแล้วแต่เป็นพลังแห่งดวงในยุค 9 ทั้งสิ้นและสิ่งที่จะช่วยเสริมดวงของคุณในยุค 9d ให้ดีมากยิ่งขึ้นก็คือการทำพิธีค่ายคาถาเจ้าเตานั่นเองแล้ววันนี้มันกะสยามก็มีเรื่องราวดี ๆ ที่น่าสนใจในศาสตร์ความเชื่อวิชาฮวงจุ้ยระบบเต๋าเหมาซานเกี่ยวกับเรื่องของค่ายคาถาเจ้าเตามาบอกเล่าให้คุณได้รู้จักกัน ค่ายคาถาเจ้าเตาคืออะไร             ตามที่อาจารย์แขกได้บอกไว้ว่าหากใครที่ไม่เคยผ่านวิธีการจุดตะเกียงค่ายคาถาเจ้าเตานั้นเขาคนนั้นจะหาความเจริญในยุค 9 ไม่ได้ อีกครั้งยังพบเจอกับปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามารุมเร้าในชีวิตทั้งเรื่องของการงาน การเงิน รวมไปถึงการใช้ชีวิตในแต่ละวันเช่นหากขับรถไปก็อาจจะเจออุบัติเหตุได้ หรือหากลงทุนอะไรไปแล้วก็อาจจะทำให้ทุนหายกำไรหด ยิ่งเป็นเรื่องของความรักแล้วก็อาจจะเกิดการสูญเสียหรือไม่สมดั่งใจปรารถนาได้นั่นเอง ดังนั้นการทำพิธีจุดตะเกียงค่ายคาถาเจ้าเตาจึงถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากในลัทธิของเต๋าเหมาซาน             โดยตัวชี้วัดที่บอกว่าคุณโดนพลังงานยุค 9 คุกคามหรือไม่นั้น ก็คือบริเวณหน้าบ้านหากหน้าบ้านใครที่มีกันสาดแตกหัก นกมาทำรังแล้วขึ้นสนิมอย่างรุนแรง มีอุบัติเหตุทางรถยนต์มาชนในบริเวณหน้าบ้าน ฟ้าผ่าและการตีลันฟันแทงในช่วงบริเวณหน้าบ้าน จนเกิดเลือดตกยางออกนั้น แสดงว่าชัยภูมิบ้านคุณได้ถูกครอบงำโดยพลังงานยุค 9 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เปรียบเสมือนอาหารเรียกน้ำย่อยที่จะมาปรากฏให้เราได้เห็นในรูปแบบต่าง ๆ เท่านั้นเอง หากยังไม่ทำพิธีจุดตะเกียงค่ายคาถาเจ้าเตาก็จะยิ่งทำให้ปัญหาต่าง ๆ ลุกลามมากยิ่งขึ้นกว่านี้ก็เป็นได้             ในอภิมหาปรัชญาจีนตามความเชื่อในวิชาฮวงจุ้ยระบบเตาเหมาซานได้บอกไว้ว่า บ้านมีพลังงานเป็นของบ้านแต่รับพลังงานจากดวงดาวบนท้องฟ้า ซึ่งหากคุณเข้าใจในระบบเตาเหมาซานคุณก็จะรู้ว่าทุกสรรพสิ่งในโลกนี้กำเนิดจากพลังงานดวงดาวทั้งหมดทั้งสิ้น ดังนั้นหากสนใจพิธีกรรมการจุดตะเกียงเจ้าเตายุค 9 เพื่อให้พลังงานบ้านของคุณมีพลังงานเป็นพลังงานของยุค 9 โดยอัตโนมัติ…